Jirawan's profileNU OILY SPACESPhotosBlogListsMore Tools Help

Jirawan Kaewmanee

Occupation
Location
The most Beautiful THiNG
In the world Is,
of course,
The World itself.

NU OILY SPACES

June 12

ตรููดบานนนน

วันนี้จะมาบ่น เสนอตอน กรุนั่งรถจนตรูดบานนน

เรื่ืองราวไม่มีอะไรมาก แค่ฝนตกตอนเย็นใกล้จะเลิกงานวันศุกร์
และนั่งรถกลับบ้านใช้เวลา 6 โมงครึ่ง ถึง 2 ทุ่มครึ่งเองง - -"

นั่งนานกว่านี้ คงตกลงเป็นแฟนกะพี่แท๊กซี่กันเรยทีเดียว.



December 26

The Last Lecture


หลายคนคงเคยเจอคำถามว่า ถ้าพรุ่งนี้โลกจะแตก แล้วคุณจะต้องตาย อยากทำอะไรมากที่สุด?
ไม่รู้ว่าคนอื่น ๆ จะตอบกันว่าอย่างไร แต่ฉันไม่เคยตอบคำถามเหล่านี้ได้เลย
เพราะว่า พรุ่งนี้ พรุ่งนี้ พรุ่งนี้ มันดูเร็วมากเหลือเกิน (กรุจาไปทำอะไรทันวะ แค่นั่งรถไปทำก็ครึ่งวันแล้ว ฮ่าาาา

thelastture-01 thelastture-02

วันนี้มีโอกาสอ่านหนังสือที่เคยอยากอ่านมาก ๆ ..The Last Lecture

ก็มาเจอกับคำถามคล้าย ๆ กับที่หลายคนคงเคยได้ยิน/ถูกถามมาแล้ว เพียงแต่ยืดระยะเวลาให้นานขึ้นอีกหน่อย
"ถ้าคุณมีเวลาอีกไม่กี่เดือนที่จะได้มีชีวิตอยู่บนโลก คุณจะทำอย่างไร?" เป็นไง ดูเป็นสิ่งที่เป็นไปได้มากขึ้นรึปล่าว

มีคนหลายคนเคยบอกว่า อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วทำให้มีแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต และมีอีกหลายคนอีกเช่นกันที่บอกว่า อ่านแล้วแม่งเศร้า...จริง ๆ นะ.. เมื่อฉันได้อ่านแล้ว นอกจากเห็นด้วยว่า แม่ง..เศร้าจริง ๆ นะ ฉันได้อีกแง่มุมหนึ่งกลับมา นั่นคือ ความรักของคนเป็นพ่อ

The Last Lecture เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นโดย แรนดี เพาช์ ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการ คอมพิวเตอร์ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์และการออกแบบ แห่งมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน เพาช์ รับรู้ว่าตนจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงสามถึงหกเดือนเท่านั้น เนื่องจากมะเร็งในตับอ่อนอยู่ในขั้นระยะสุดท้ายแล้ว แต่เขาจะทำอย่างไรกับภาระในชีวิตที่มีมากมาย เดาได้หรือไม่ว่าภาระของชายวัยสี่สิบที่กำลังจะตายคืออะไร ไม่ยากเลยใช่ไหม ภรรยาและลูกวัย ห้าขวบ สองขวบ และสิบแปดเดือน จำนวนสามคน เรียกได้ว่าเป็นภาระหนักพอรึปล่าว

ภาระที่ฉันกำลังจะพูดถึง ไม่ใช่เฉพาะภาระในด้านเงินทองค่าใช้จ่ายที่จบลงด้วยว่า คุณทำประกันชีวิตไว้แล้วหรือยัง แต่อย่างใด แต่เป็นภาระที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น ถ้าตอนนี้คุณกำลังมีลูกเล็ก ๆ ถึงสามคนอย่างเพาช์ คุณจะทำอย่างไรให้ลูกรู้ว่าคุณรักพวกเขาขนาดไหน คุณจะทำอย่างไรให้ลูกรู้ว่าคุณเป็นคนเช่นไร มีความรู้ มีทัศนคติ หรืออยากให้ลูกดำเนินชีวิตต่อไปในทิศทางใด คุณจะจับสิ่งเหล่านี้ยัดลงไปในตัวเด็กอายุไม่เกินห้าขวบได้อย่างไร

การสนทนาของเพาช์กับภรรยา ตอนหนึ่ง ติดอยู่ในใจฉันอย่างมาก นั่นคือตอนที่เพาช์ตัดสินใจว่าจะต้องไปทำการบรรยายครั้งสุดท้ายที่คาร์เนกีเมลลอนในวันเกิดของภรรยา ในเวลาช่วงสุดท้ายของชีวิตที่เขาควรจะให้เวลาอย่างเต็มที่กับภรรยาและลูก มากกว่าการเตรียมตัวเพื่อบรรยายในครั้งสุดท้ายนี้

เพาช์ถามภรรยาเมื่อเธอต้องการให้เขาใช้เวลาเหล่านั้นอยู่กับเธอและลูก ๆ เพื่อให้ลูก ๆ ได้มีความทรงจำที่น่าประทับใจเกี่ยวกับพ่อของพวกเขาได้มากที่สุด ว่าลองคิดดูให้ดีว่า เราอาจจะพอมีความทรงจำสมัยเมื่อตอนห้าขวบกันอยู่บ้าง แต่เอาจริง ๆ แล้วเราจำได้ดีสักแค่ไหน ลูกจะจำได้ไหมว่าเขาเคยเล่นอะไรหรือหัวเราะเรื่องอะไรกับพ่อของเขาบ้าง อย่างดีก็แค่เลือนรางเท่านั้นเอง แล้วลูกที่อายุเพียงสองขวบและสิบแปดเดือนละ ทำอย่างไรที่จะทำให้เขารู้ให้ได้ว่า พ่อของเขาคือใคร เป็นคนแบบไหน และได้รับการยอมรับนับถือจากสังคมภายนอกมากเพียงใด ซึ่งการบรรยายครั้งนี้จะช่วยบอกลูก ๆ ของเขาได้จากภาพวีดีโอที่คาร์เนกีเมลอนถ่ายเอาไว้

ฉันชื่นชมกับความห่วงใย, แนวทางความคิด และมรดกที่เพาช์ทิ้งไว้ให้ลูกๆ ของเขา มรดกที่ไม่ใช่แค่เงินทอง มรดกที่หวังจะให้ลูกได้ดำเนินชีวิตได้อย่างเพียบพร้อมสมบูรณ์เหมือนกับเด็กที่มีพ่อและแม่คอยดูแลเอาใจใส่และคอยชี้แนะเป็นกำลังใจจนเติบโตพร้อมที่จะก้าวไปมีชีวิตเป็นของตนเอง

เพาช์ได้กล่าวทิ้งท้ายก่อนจบการ Lecture ว่า การบรรยายทั้งหมดที่กล่าวมา ไม่ได้เพียงแค่บรรยายถึงเรื่องการทำความฝันในวัยเด็กของคุณให้เป็นจริงได้อย่างไร ไม่ได้บรรยายเพียงเพื่อสร้างแรงบรรดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างถูกต้องต่อผู้คน

แต่การบรรยายครั้งนี้ เพื่อลูก ๆ ของผม.

เยี่ยมชมการบรรยายครั้งสุดท้ายของ แรนดี เพาช์ได้ที่
http://www.thelastlecture.com/
http://www.youtube.com/watch?v=ji5_MqicxSo

September 17

ความสุข ๒ ชั้น


ได้รับ FM Mail ดี๊ ดี มาหนึ่งฉบับ (ในบรรดา FW คลิปหลุดทิ้งหลาย ..สิบ..ฉบับ ฮ่าาา)
หัวข้อ " ความสุข ๒ ชั้น " โดย พระมหาสมปอง
ไม่ขอกล่าวโดยสรุปเด่วจะเสียอรรถรส พระท่านว่ามีเนื้อความ ดังนี้

อาตมาอ่านเจอกลอนในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ที่ผู้เขียนระบายไว้ได้สาแก่ใจมากเลย
เร็ว ก็หาว่าล้ำหน้า          ช้า ก็หาว่าอืดอาด
โง่ ก็ถูกตวาด               พอฉลาด ก็ถูกระแวง
ทำก่อน บอกไม่ได้สั่ง     ทำทีหลัง บอกไม่มีหัวคิด

เฮ้อ นี่แหละชีวิตคนทำงาน

ข้างต้นน่าจะเป็นกลอนที่โดนใจบรรดาคนทำงานหลาย ๆ คน เพราะสะท้อนความรู้สึกกดดันอย่างชัดเจน
ซึ่งจากการได้พูดคุยกับโยมที่เข้ามาปรึกษาหารือถึงสาเหตุที่ทำงานกันอย่างไม่มีความสุขก็มีปัจจัยมากมาย
เช่น ทำงานที่ตัวเองไม่ถนัด ทำงานที่ไม่ชอบ โดนหัวหน้างานกดขี่ หรือรู้สึกว่าหน้าที่ที่ตัวเองได้รับมอบหมายนั้นต่ำต้อย ฯลฯ 
โดยจะว่าไปแล้ว บริษัทก็เหมือนกับบ้านหลังที่ ๒ ของเรา บางคนใช้ชีวิตในบริษัทมากกว่าที่บ้านซะอีก
เพราะต้องตื่นขึ้นมาทำงานตั้งแต่ตี ๔ ตี ๕ กลับถึงบ้านก็ ๒-๓ ทุ่ม วันหนึ่งมี ๒๔ ชั่วโมง
หากต้องใช้ชีวิตในการทำงาน (รวมนั่งรถไป-กลับ) วันละ ๑๐ กว่าชั่วโมงแล้ว
ถ้าโยมไม่มีความสุขกับงานที่ทำ จึงเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจมากๆ

Seqอาตมาชอบใจคุณยามที่บริษัทแห่งหนึ่งมาก
เคยถามเขาว่า ไม่เบื่อเหรอ เปิดประตูทั้งวัน เขาตอบกลับอย่างฉะฉานว่า

" ไม่เบื่อหรอกครับท่าน เพราะคนจะเข้าไปที่นี่ได้หรือไม่ได้ มันอยู่ที่ผม
ถ้าผมไม่เปิดประตู ไม่อนุญาตหรือบอกไม่ให้เข้า เขาก็ไม่ได้เข้านะ
อย่างพระอาจารย์มาบรรยายที่นี่ ผมไม่ให้เข้าก็ได้ ... แต่ผมให้เข้าครับ " (แล้วไป)

อาตมาจึงไม่แปลกใจเลย เวลาไปทำธุระที่บริษัทนี้ทีไร มักเห็นเจ้าหมอนี่
ทำหน้าที่ตัวเองอย่างกระตือรือร้น ก็เพราะเขามีทัศนคติที่ดีต่อหน้าที่
เห็นความสำคัญของตัวเอง จึงทำให้เขาทำงานได้อย่างมีความสุข
(แถมมีมุขอำกลับอาตมาอีกต่างหาก)

ดังนั้นอาตมาจึงอยากจะหนุนใจญาติโยมที่กำลังรู้สึกย่ำแย่กับงานของตัวเองว่า

 

ถ้าเราทำงานจนเมื่อยมือเหลือเกิน    ก็จงดีใจเถอะ ที่มีมือให้เมื่อย
ถ้าเราเดินไปเดินมาจนปวดขาเหลือเกิน    ก็จงดีใจเถอะ ที่มีขาให้ปวด
ถ้าเราเห็นหัวหน้า แล้วเซ็งเหลือเกิน     ก็จงดีใจเถอะ ที่มีหัวหน้าให้เซ็ง
ถ้าเราเห็นงาน แล้วเราเบื่องานเหลือเกิน    ก็จงดีใจเถอะ ที่มีงานให้เบื่อ

เพราะหลายคนพอไม่มีงานให้ทำ ก็จะประท้วงกันอยากทำงาน ! อยากทำงาน !
ดังนั้นเมื่อคุณโยมมีโอกาสทำแล้ว ก็จงทำให้ดีที่สุด เริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนทัศนคติต่องานที่ทำก่อน
เห็นความสำคัญของหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ได้ ทำมันอย่างเต็มที่และดีที่สุด
เหมือนดั่งคุณยามที่อาตมายกมาเป็นตัวอย่างข้างต้น
อาตมาเคยอ่านเจอคำแนะนำของท่านพระธรรมปิฎก (ป.อ.ประยุตฺโต)
ในหนังสือเล่มหนึ่ง ท่านเขียนชี้แนะไว้ว่า งานมีผลตอบแทนสองชั้นด้วยกัน ผลตอบแทน

ความสุขชั้นที่ ๑ คือ ตอนเงินเดือนออกนี่คือความสุขชั้นที่หนึ่ง ซึ่งหลายๆ คนมีความสุขในการทำงานแค่วันนั้นวันเดียว หรือ
ความสุขชั้นที่ ๒ คือ ถ้าเราสามารถพัฒนาตัวเองไปพร้อมกับงานได้ มันก็จะก้าวไปสู่อีกระดับ อันนำมาซึ่งผล นั่นเอง 

หนึ่งเดือน คุณโยมอยากมีความสุขเพียง ๑ ชั้น หรือ ๒ ชั้น ก็เลือกเอาตามใจชอบเลย

เจริญพร...

ปล ๑. ขอขอบคุณ อีนุ้ยกับ FW Mail ดี ๆ
ปล ๒. ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

September 03

What's your passion ?

 

1221405886.imgMy passions, or "longings," have yet to be fully realized.
For the time being, I will enjoy the simple pleasures
that come and go with the winds of change.
I find myself drawn to multiple interests
rather than motivated to put all of my effort into one deep passion.

¡Nü¢µlar ReÄç†or!™ - answers.yahoo.com - 
------------------------------------------------

ภาพประกอบจาก internet

Monday, 10.30 AM :

พี่เอ (sale engineer สุดหล่อไฟแรง) เดินเข้ามาในห้อง พร้อมกับคำถาม
"น้องออย คิดเรื่องจะเขียนออกรึยัง เค้าเขียนกันเยอะแยะแล้วนา !!! "
โอ๊ะ โอ ..ไอ้ความรู้สึกเริ่มกดดันนี่มันอะรายย...ได้เวลาแล้วสินะ
อุตส่าห์ทำตัวเนียนมาตั้งนาน กะว่าจะเนียนต่อซักอาทิตย์ ..เอ้อ เขียนก็เขียนวะ O_o

ว่าด้วยเรื่องของ greenroom.apricotion.com :
นับตั้งแต่วัน Meeting และ MD ของเราพูดเรื่อง Passion ในการทำงาน Passion ในการดำเนินชีวิตของแต่ละคน
(อาจจะเนื่องจากความ ชิว โดยปกติของบ้านเขียว ๆ หลังนี้ ท่าน MD เลยอาจจะเกรงว่าสมาชิกอาจจะเรื่อยเปื่อยจนเกินไป
ในการ Meeting ขอให้ทุกคนร่วมกันแชร์ความรู้ ความฝัน ความมุ่งมั่นของแต่ละคนให้สมาชิกในบ้านสีเขียวหลังนี้ได้รับรู้
ตั้งแต่วันนั้น คำว่า PASSION ก็ วน ๆ เวียน ๆ อยู่ในหัว (ยอมรับว่าเป็นคนบิ๊วง่าย ฮ่าาาาา

What's your passion ?
ความหลงใหลใฝ่ฝัน ความมุ่งมั่น ความปรารถนา ของคุณคืออะไร ?

ทุกวันนี้คุณคิดว่าคุณได้ทำในสิ่งที่คุณต้องการจะทำจริงๆ หรือไม่
คุณรู้แล้วรึยังว่าสิ่งที่คุณชอบทำจริง ๆ นั้นคืออะไร

คำถามจากบทความของ ดร.มงคลชัย วิริยะพินิจ -- นสพ.ประชาชาติธุรกิจ
หากจะตอบคำถามนี้ ต้องเริ่มจากตั้งแต่สมัยเรียนกันเลยทีเดียว
ดร.มงคลชัย กล่าวว่า คน (ไทย) ส่วนใหญ่มักไม่มักไม่ได้เรียนในสาขาหรือวิชาที่ตัวเองชอบมาตั้งแต่เริ่มแรก
แต่เลือกเพราะเหตุผลประกอบในชีวิตหลาย ๆ อย่าง (เป็นต้นว่าที่บ้านบอกว่า เรียนอันนี้งานดี เงินดีทำมาหากินได้แน่นอน)
คนไทยหลายต่อหลายคน (แน่นอนรวมถึงฉันด้วย) ต้องเรียนในสิ่งที่ไม่ได้รู้สึกชื่นชอบมากสักเท่าไร แต่ก็พอทนเรียนไปได้
ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก และเมื่อมีความรู้สึกทนเรียนไปเรื่อยๆ จนเรียนจบและทำงานตามสายงานที่ได้เรียนมา
ซึ่งก็ทำด้วยความรู้สึกที่ว่าทำไปเรื่อย ๆ อย่างน้อยก็มีเงินเลี้ยงตัวเองและครอบครัว
จนในที่สุดก็เกิดความผูกพัน และก่อให้เกิดความสนใจในงานที่ทำ แต่ความสนใจนี้เป็นความสนใจที่แท้จริง หรือไม่
เราสนใจมันเพราะอะไร การได้เงินเดือนที่มากขึ้น การได้เลื่อนตำแหน่ง ??

ในขณะนักศึกษาเมืองนอกเลือกเรียนในสิ่งที่ชอบและสนใจ (อาจจะไม่ที่สุด แต่อย่างน้อยก็มีความสนใจ)
ทำให้เกิดความอยากเรียนรู้ ค้นคว้า ในสิ่งที่ตนสนใจ สิ่งเหล่านี้ส่งผลถึงการทำงาน
ทำให้สังคมของตะวันตก ผู้ที่ทำงานนั้นมี passion หรือความหลงใหลในงานมากกว่าสังคมบ้านเรา
เวลาที่เราหลงใหลในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เรามักจะมีความใฝ่รู้ในสิ่งนั้น ๆ ทุ่มเทกับมัน มีความสุขกับมัน
ลองคิดถึงสมัยเรียน (สำหรับพี่ ๆ บางคนอาจจะนานมากแล้ว ฮ่าาาา มักจะมีชมรมนู่นนี่ให้เราเลือกไปอยู่ ทำกิจกรรม
เราก็จะเลือกชมรมที่มันตรงกะความชอบของเรามากที่สุด ซึ่งถ้าไม่ชอบ เราก็คงไม่เอาเวลาอันมีค่าของเราไปอยู่ด้วย
เสียเวลาหลีสาว กินเหล้าหมด จิงปะ ^^

เอาละ มาพูดเรื่องชอบเรียนอะไร โตขึ้นอยากเป็น อยากทำงานอะไรในตอนนี้มันอาจจะสายไปแล้วสำหรับหลายคน (หึหึ
ทว่า.. คำถามที่ว่า คุณรู้แล้วรึยังว่าสิ่งที่คุณชอบทำจริง ๆ นั้นคืออะไร มันคงยังไม่สายเกินไป..

มาค้นหาสิ่งที่ชอบกันเถอะ :D

April 17

My blueberry night


ได้รับคำแนะนำ ให้ดูหนังเรื่องหนึ่ง หลังจากที่ตระเวนดูหนังจนไม่มีเรื่องอะไรจะให้ดูแล้ว
(ฮ่าาา สภาวการณ์ผิดปกติขั้นรุนแรง...ไหวนะเนี๊ย ^^
 
My blueberry night : ยิ่งไกล ยิ่งรู้ใจตัวเอง (เค้าว่าอย่างนั้น
 
 logo_myblue poster_myblue
 
ระยะทางระหว่าง การอกหัก กับ การเริ่มต้นใหม่ ห่างกันเท่าไร ..เราจะวัดได้อย่างไร
ใช้เครื่องมือที่เรียกว่า เวลา ระยะห่าง หรือว่าความทรงจำ ??
 
เรื่องราวของหญิงสาวที่หัวใจเติบโตแข็งแกร่งขึ้น ด้วยการเดินทาง
หลังจากที่ต้องประสบกับปัญหาชีวิตขึ้นรุนแรง เมื่อพบว่าแฟนนอกใจ
เธอได้เจอกับหนุ่มเจ้าของร้านอาหารในคืนสาหัสนั้น
และต้องการฝากกุญแจให้แฟนหนุ่มของเธอ
มีกุญแจมากมายอยู่ในขวดโหล ทั้งกุญแจที่รอเจ้าของกลับมาเอา และกุญแจที่ถูกลืม
บางครั้ง.. แค่มีกุญแจถูกดอก ก็ใช่ว่าจะเปิดประตูบานนั้นได้เสมอไป
 
เธอสงสัยว่า ชายหนุ่มเจ้าของร้านทำอย่างไรกับอาหารที่เหลือในแต่ละวัน
ซึ่งมักจะเป็น บลูเบอรี่พาย ..ทำไม มันไม่อร่อยหรือ
ปล่าว บลูเบอรี่พาย อร่อย แต่..แค่ไม่มีใครสั่งมาทานเท่านั้น
ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ความผิดของ บลูเบอรี่พาย (555
หญิงสาวทานบลูเบอรี่พายที่ชายหนุ่มกำลังจะเททิ้งและหลับไป
หลังจากนั้นเธอออกเดินทาง ด้วยเหตุผล คือ ไปจนกว่าไม่มีที่จะไป (สาหัสจริง ๆ
เจอเรื่องราว ผู้คน ระหว่างการเดินทาง...
 
สาวสวยที่ต้องการแยกทางกับสามี นายตำรวจขี้เมาที่ต้องการเลิกเหล้า
และฉลองการเลิกเหล้าทุกวัน ด้วยการกินเหล้า
หญิงสาวต้องการให้สามีขี้เหล้าปล่อยเธอไป
ด้วยการพยายามวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ เขา เพื่อให้เขาเห็นว่า เธอมีคนอื่น
สุดท้าย นายตำรวจผู้นั้นก็ยอมปล่อยเธอไป ตลอดกาล..
แต่หญิงสาวกลับบอกว่า ในท้ายที่สุดแล้ว สิ่งนี้ทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดที่สุดในชีวิต
 
สาวนักพนัน ผู้ที่ไม่เคยเชื่อใจใคร แม้แต่กับพ่อของตัวเอง
เธอแอบขโมยรถพ่อ เพื่อจะดูว่าพ่อจะแจ้งตำรวจจับเธอรึปล่าว
แต่พ่อเธอกลับทำสิ่งที่ต่างไป เขาสืบจนรู้แน่ว่าเธออยู่ที่ไหน
และส่งเอกสารแสดงการยกรถคันนั้นให้กับเธอ
ในวันสุดท้ายของชีวิตพ่อ เธอไปหาเขาแต่ไม่ยอมเข้าไปพบ
เธอว่า พ่อโกหก และเธอไม่สน ไม่แคร์ซักนิดว่าเขาจะเป็นอย่างไร...เธอโกหก
และพบความจริงว่าเธอรักเขาแค่ไหน เมื่อพบแค่เสื้อผ้าและข้าวของต่าง ๆ ของพ่อที่โรงพยาบาล
 
 myblueberrynights_l200804021704 0
 
แอบไปก๊อบคำพูดของใครหนึ่งคนมา ว่า..
เมื่อเราเดินทางไปจนถึงจุดหนึ่ง ก็คงพบว่า
มันไม่ได้สำคัญที่ระยะทางที่ไกลเท่าไร หรือจุดหมายอยู่ที่ใด
ถึงเดินทางจนไกลสุดขอบโลก ก็หนีใจตัวเองไม่พ้นอยู่ดี (โฮ่ ๆ สามารถคิดได้ แจ๋วปายเลยเพ่
 
และวันนึงการเดินทางก็สิ้นสุด ..หญิงสาวอกหักกลับมา
เพื่อกินพายบลูเบอรี่ที่อร่อยที่สุด (เธอว่างั้นนะ
ชายหนุ่มถามว่า เธอรู้ได้อย่างไร
หญิงสาวตอบว่า เธอไปมาจนทั่วแล้ว..ที่นี่ดีที่สุด
 
ใครคนนั้นยังพูดอีกว่า..
การเดินทางไกลแค่ไหน มันไม่สำคัญที่ระยะทางหรอก
มันสำคัญที่ว่า..เรากำลังเดินทางไปหาใครมากกว่า (โอ้ คุณพี่ขา สามารถ ๆ ^^
 
 
ปล1. ไม่ได้ตั้งใจจะสปอย นะคะ
ปล2. แด่ระยะทางยาวไกลและระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา การเดินทางสิ้นสุดรึยังนะ โฮะ ๆ ๆ ^^
 
March 16

Scent of Happiness


หอมกลิ่นความสุข
ความฝันอันงดงาม ที่ไม่จางหายไปจากชีวิต
 
Bigtree HappinessAllAround6 
 
หลายคนเคยบอกว่าความสุขแท้จริงนั้นไม่มี
แต่ข้าพเจ้าก็พอใจที่ได้พบกับความสุข...แม้เล็กน้อย
ข้าพเจ้าเคยร้องไห้เพราะความเสียใจ
ปัจจุบันข้าพเจ้าเสียน้ำตาให้กับบางเรื่องที่แปลกไป
เด็กน้อยหอมแก้มคุณตา
คนแก่เดินจูงมือ
เพลงโปรดดังขึ้นในวิทยุ
นกคาบกิ่งไม้สวย ๆ บินผ่านบนทางด่วน
ดอกไม้บาน
พระจันทร์บนยอดไม้
กลิ่นฝนกลิ่นลม
 
RedWomanAndBlackUmbrella WeddingDay
 
ความสุขที่ข้าพเจ้ากล่าวถึงนี้มิได้เกิดจากการเสาะแสวงหา
หากแต่เป็นเรื่องบังเอิญพบ
ระหว่างทางที่ข้าพเจ้าวิ่งหนีความเศร้านั้นเอง
 
หากผลงานชุดนี้จะมีความดีอยู่บ้าง
ข้าพเจ้าขอมอบมันแด่ความเศร้าทั้งปวง
                                                                          
                                                                        ปิ่นนุช ปิ่นจินดา
 
 
March 05

you calling me colored??


Nominated by UN as the best Poem of 2006 - Written by an African Kid
 
 1201525975
 
When I born, I black : เมื่อผมเกิด ผมผิวดำ
When I grow up, I black : เมื่อผมโตขึ้น ผมก็ยังผิวดำอยู่
When I go in Sun, I black : เมื่อผมอยู่ใต้แสงแดด ผมก็คงยังผิวดำ
When I scared, I black : เมื่อผมกลัว ผมก็ผิวดำ
When I sick, I black : เมื่อผมป่วย ผมก็ยังผิวดำ
And when I die, I still black : และเมื่อผมตาย ผมก็ยังคงผิวดำ

And you white fellow : และคุณ...เพื่อนมนุษย์ผิวขาว
When you born, you pink : เมื่อแรกเกิด คุณมีผิวสีชมพู
When you grow up, you white : เมื่อคุณโตขึ้น คุณมีผิวสีขาว
When you go in sun, you red : เมื่อคุณอยู่ใต้แสงแดด คุณมีผิวสีแดง
When you cold, you blue : เมื่อคุณหนาว คุณมีผิวสีน้ำเงิน
When you scared, you yellow : เมื่อคุณกลัว คุณมีผิวสีเหลือง
When you sick, you green : เมื่อคุณป่วย คุณมีผิวสีเขียว
And when you die, you grey : เมื่อคุณตาย คุณมีผิวสีเทา
And you calling me colored?? : และคุณเรียกผมว่า คนผิวสี ??
...
 
...
 
February 21

Senior


  Friend is the one who still missing you,
 
  even haven't seen so long,
 
  even haven't talk so far,
 
  but no matter how long so far?
 
  Friend is still a friend.
---------------------------------------------------------------------------------------
ตอนแรกว่าจะไม่เขียนอะไรละ แต่รู้สึกผิดเล็ก ๆ เลยเขียนซะหน่อยแล้วกานนะคะ
ต้นปี 2008 มีเรื่องราวมากมายเหลือเกินค่ะ จำมาเขียนไม่หวาด ไม่ไหว
 
แต่เรื่องที่ทุกคนคงจำได้ดี ไม่มีลิม .. กล้ารับประกันเลยเชียว ..สอบโปรเจคนั่นเอง
จำได้ว่าไม่ได้นอนติดกันสามวัน เลยทีเดียว เฮ้อ..ชีวิตรันทด
เอาเถอะคะ และเราก็ผ่านมาได้ด้วยดี รัก ด๊อกอุ ที่สุดในโลก (ฮ่า ฮ่า
 
5 Feb 2008, Good bye senior @ Thaiarmy Club : Black & White Diamond
 Untitled-3
งานแรกหลังส่ง paper project ก็คือ บายเนียร์
เป็นการเตรียมไปงานที่เหนื่อยที่สุดในโลก เพราะส่งงานเมื่อเย็น หาชุดเมื่อค่ำ เฮ้อ ..แถมรู้สึกว่า
มีเหตุการณ์ทำให้อารมณ์ พุ่งปรี๊ด ๆ ซะด้วย...โหดร้ายสุด ๆ
แต่ว่า วันนั้น นู่ก็ปล่อยแก่ซ๊าา..แตะสุราน้อยนิดค่ะ (แม่ไม่ต้องกังวล.. เมาได้โดยไม่ดื่ม สามารถ จริง ๆ
แดนซ์ จนถึงเช้าเลยเชียว ตื่นเย็น และเดินไม่ได้ ไปอีกสองวัน ฮ่า ฮ่า ...
 
 
 16 Feb 2008, Graduation @ KMITL : elder brother
 
 DSC_0218 DSC_0221
หลังสอบโปรเจคเสร็จสองวัน (สอบวันที่ 14 feb รับ valentine's day กันเลยทีเดียว
อาเฮีย พี่ชายสุดประเสริฐของนู่ ก็ ซ้อมรับปริญญาละคะ เง้ออ~
แอบวังเวงหัวใจอีกละ ทำไมมันเร็ว จริง ๆ น๊า เวลาเนี๊ย..ต่อไปก็เป็นตานู่รับแล้วละ ..มะอยากโตเล้ย T-T
ออ หมั่นไส้เฮียมานเจรง เจรง มะน่าซื้อน้องแมวตาปรือให้เลย เห่อน่าดู ^^
 
 
20 Feb 2008, After Final exam @ Shabu Shi
 
 DSC08818 DSC08779 DSC08764
 DSC08806 DSC08791 DSC08792
สอบ marketing เสร็จค่ะ เลยต้องฉลองหน่อย..ไม่รู้จะฉลองทะมาย สอบตัวแรก ยังเหลืออีกสองตัว (- -"
เอาเถอะ ชีวิตพวกเราก็ไม่ค่อยจะคิดอะไรมากอยู่แล้ว 55
สถานที่ ในวันนี้ก็คือ Sha BU SHi @ The mall bang ka pi ka ^^
วันนี้มีความสามารถลาก พี่บิ๊กมาได้ด้วยนะ มหัศจรรย์สุด ๆ
(เนื่องเพราะ ชาบู เปนของโออิชิ ผู้ถือหุ้นหญ่ายยย เลยกินได้ 55..
เหนื่อยชะมัด กินกะมานเนี๊ย ต้องรีบกิน รีบทำเวลาสุด เสียงดังล้งเล้ง อายเค้าบ้างม๊ายย !! (จะอายทำไม พี่บิ๊กบอก - -"
 
หลังจากนั้นดูเหมือน พวกเราจะคิดว่าชีวิตยังไร้สาระไม่พอ
ไปเล่นเกมส์ต่อค่ะ นู่เพิ่งจะรู้ว่า ฝีมือเล่นเกมส์ตู้ นู่ห่วยสุด ๆ ก็วันนี้ละ (ดีจริง ที่ไม่ค่อยได้เล่นให้อายชาวบ้านบ่อยนัก ฮ่าาา
 
 
 thk : nava, oon, P, p'big, mhon, numwann, n'pan & Me .. thaz a nice time ka ^^
         แม้ว่าเราจะยังสอบเสร็จไปแค่หนึ่งตัว แต่เราก็จะทำตัวประหนึ่ง สอบเสร็จแล้วกานต่อปาย 55
 
 ps : อยากไปอัมพวาจังคะ แป๋วมานบอกว่า งานนี้เปนเมกโปรเจคนะเว้ยย เมิง....ใครจะสนมั่งน๊า ..
        และ ..นู่กลายเปนมาสคอต ไปแล้วเหรอนี่ ..เพิ่งจะเคยเห็น มาสคอต เป็ด 55
        และ ..วันนี้มีความสุขจริง ๆ คะ ขอให้มีช่วงเวลาแบบนี้นาน ๆ หน่อยเถ๊อะ เพี๊ยงง ^^
 
 
 
January 20

เพื่อนของเราชื่อความเหงา


คราวนี้..ขอแอบโทษ นาวา คะ เนื่องด้วยส่งสมุดเพลง ของขวัญปีใหม่มาให้
ด้วยความรักเพื่อน อยากให้เพื่อนอ่าน (หรือ อยากระบายของก็ไม่แน่
แต่คราวนี้เค้าพัฒนาแล้ว มีซีดีเพลงมาให้ด้วย
 
" ช่วงที่ดีที่สุด " นี่คือต้นตอ ต้นเหตุของเรื่องค่ะ !!
 
นั่นคือ นู่อินจัด กะเพลงที่คุณพี่ท่านจัดให้มาตั้งแต่เย็นแล้ว (ขณะนี้เวลา 3:10 AM
จึงขออนุญาตนำมาลงไว้เพื่อเป็นเกียรติ ด้วยประการฉะนี้ค่ะ
 
ชื่อเพลง/Title : เพื่อนของเราชื่อความเหงา
ศิลปิน/Artist : ตรัย ภูมิรัตน
 
 Alone-In-The-Dark-I  DSC07841

   เมื่อใดที่หัวใจนั้นอ่อนล้า คือเวลาที่เรานั้นอ่อนไหว

   กอดตัวเองไม่มีใคร ไม่เห็นเป็นไรแค่นี้

ไม่ว่าเราจะพบอะไร จะเจอกับวันที่ร้ายรึดี

ใจก็ยังคงพร้อมจะมีความเหงาเป็นเพื่อน.....เคียงไป

   บนทางเดินที่เราเคยหกล้ม ทำให้ใครบางคนนั้นหล่นหาย

   ฝากรอยแผลไว้ข้างใจ ทิ้งให้เราจดจำ


มีวันที่ลมหนาวพัดมา และก็มีวันที่ฝนพร่ำ

วันเดือนปียังหมุนประจำ ฉันเหงาก็ยังต้องเดินต่อไป

ไม่รู้ ไม่รู้ต้องเดินไปถึงเมื่อไหร่ เหงา ทั้งที่ไม่รู้ว่าทำไม

   อาจเป็นเพราะโลกมันกว้างไป หัวใจก็เลยเหงา เหงา

   แต่ยังยิ้มและยังไม่เศร้า กอดความเหงาไว้กับใจ


มีวันที่ลมหนาวพัดมา และก็มีวันที่ฝนพร่ำ

วันเดือนปียังหมุนประจำ ฉันเหงาก็ยังต้องเดินต่อไป

   กอดความเหงาไว้กับใจ
 
   เมื่อใดที่หัวใจนั้นอ่อนล้า คือเวลาที่เรานั้นอ่อนไหว
 
   แล้วคนเราจะทนเหงาไปได้ซักเท่าไร

 
 
ปล1. คือว่า เหงา จน วังเวง เจง เจง เลยอะคะ (แบบว่าน้ำตาซึม อาการหนัก T-T
 
ปล2. thk : Hide And Seek Spaces ค่ะ นู่แอบขโมยภาพมา
 
 
 
January 09

ต้นไม้ของพ่อ


พ่อชอบแต่งบ้าน ปลูกต้นไม้ และชอบเลี้ยงสัตว์
พ่อไม่ค่อยพูด หน้าดุ (นู่คิดว่าพ่อขี้อายด้วยนะ ..
และตีเจ็บชะมัด แต่นู่ไม่โดนตีนานมากแล้วละ ไม่รู้เพราะพ่อเบื่อ หรือนู่โตแล้ว 55
ตอนนี้ที่บ้านฝนตกทุกวัน ต้นไม้ ดอกไม้ของพ่อจึงออกดอกสวยเชียว
นู่ถือกล้องเดินเร่อร่า จะถ่ายรูปพ่อ (แต่พ่อแอบเขิล เลยบอกให้ไปถ่ายต้นไม้แทน..คิดว่านะ
แล้วก็มายืนชี้ ๆ ให้ถ่ายดอกนั้น ดอกนี้ด้วย นู่ก็เลยถ่ายมาซะหลายรูป
และเพิ่งรู้เป็นครั้งแรกว่า ลูกฟัก บ้านเรา ใหญ่กว่าแขนนู่อีกแหนะ
 
tree2
 
บ้านเราถือเป็นครอบครัวใหญ่มาก เพราะพ่อกะแม่มีลูกตั้ง เจ็ด ตัว (รวมนู่กะน้อง  55
หน้าที่ให้ อาหารค่ำน้องหมา หรือ เรียกสั้นๆว่า ให้ข้าวหมา เป็นของพ่อ
และแม่จะต้องสับไก่ทอด เมนูปลา ก็จะต้องแงะก้างออกก่อน..เพราะคุณหมอบอกว่า
ห้ามน้องหมากินปลา เพราะก้างปลาจะไปแทงลำไส้ ทำให้น้องหมาเป็นลำไส้อักเสบ
และน้องหมาบ้านนู่ ฉลาดน้อยหน่อย เคี้ยวไม่เป็น เข้าปากแล้วกลืนเลย
แต่แม่ ยึดคติว่า กินปลาแล้วจะฉลาด ดังนั้น หน้าที่สำคัญจึงเป็นของแม่โดยปริยาย 555
 
dog1
 
ปีใหม่นี้นู่กะน้องกลับบ้านพร้อมกัน เป็นครั้งแรกในรอบสี่ปี ละมั๊ง ที่อยู่กันครบหน้าซักที
ปีนี้ แม่จึงเอาใจนู่กะน้อง มากกว่าน้องหมา หน่อยนึง 555 (นานๆ มันจะกลับพร้อมกัน
เฮ่ออ คิดถึงบ้านจังเยย น่อ >> ม่ายอยากจะโตเล้ยยย
----------------------------------------------------------------------------------------
ก่อนปีใหม่ ภาควิชาของเรามีเมกกะโปรเจค
 
สร้างบ้านพักครู ณ Dongsalow School @ Supanburee
เป็นการไปค่ายสร้างครั้งแรกในชีวิตนู่เลยนะนี่
นู่มีหน้าที่สำคัญ คือ ล้างจานค่ะ ความจริงแล้ว..
แม่หมายมั่นปั้นมือจะให้นู่ไปฝึกวิทยายุทธในการทำอาหารที่ค่ายนะ
(ไม่รู้แม่เข้าใจอะไรผิดรึปล่าว ..แต่นู่ก็เข้าครัว เด็ดผักให้แม่ภูมิใจนะคะ
 
dongsalow2
 
วันที่ยี่สิบห้าธันวา โรงเรียนจัดงานคริสมาส ภายใต้ชื่องานอันหรูหราว่า
ราตรีดงเสลาสัมพันธ์ นู่เกิดอาการรักเด็ก ขึ้นมากระทันหัน (ปนๆไป กับความเกลียด
เพราะมีน้องๆ เด็กๆ ตั้งแต่อนุบาล ยันประถมปลาย มาวาดลวดลายโชว์ลีลาอยู่บนเวที
นู่เลยหักห้ามอาการเกลียดเด็ก ถ่ายรูปน้องๆ หนูๆ มาซะหลายรูปเลย
ไม่อยากจะพูดเท่าไหร่ว่า น่าเอ็นดูเชียวแหละ
วันนั้นมีรำวงชาวบ้านด้วย (คือรำวงที่มีสาวรำวงให้เราไปโค้งมาเต้น
แต่ไม่เห็นมีใครไปโค้งเลย มีแต่สาวรำวงนะแหละที่โค้งเค้าซะทั่ว 555
และ และ เราก็ได้รู้ความจริงว่า ที่จริงแล้ว นาวาชอบ เดะสะก๊อย
เต้นได้อย่าง สุดเหวี่ยงไปเลย จนเกือบจะโดน เดะก๊อย เคลม* ไปก็ยังไม่รู้ตัวเพราะมัวแต่พริ้ว หึหึ
 
dongsalow1
 
สุดท้าย ไม่รู้จะเขียนอะไรต่อ แต่รู้สึกดีมากมาย เป็นความทรงจำที่ดี ดี กี่ปีก็คงไม่ลืม
ยิ่งมาเห็นภาพหลังจากกลับมาแล้ว ทั้งภาพตอนทำงาน และภาพตอนบ้านใกล้เสร็จ
รู้สึก อยากกลับไป อีกจังเลย
ที่เค้าว่า เวลาเรียน เป็นเวลาที่สนุกที่สุด นี่คงจะจริง เนอะ
 
ปล1. เคลม แปลว่าอะไร ไม่รู้ แต่อีโหน่งชอบพูดจัง เลยแอบลอกมา
ปล.2 ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคน .. ตั้งแต่ประธาน เซฟ แช่ม อีโหน่ง ตาว ต้อม บาส ปอย
       ตุ้ม ทราย แฟนทราย (จำชื่อไม่ได้ ขอโท๊ดน๊า.. นาวา แก้ว หม่อน น้ำหวาน รุ่งนิรันด์ พี่บิ๊ก
       ล๊อกเกต มหา และใครอีกวะ น้องเปียโน น้องปื๊ด น้องอ๊อฟ น้องบิ๊ก น้องแม็ก น้องเซม
       น้องปิง น้อง..อีกมากหลาย ขอโทษนะค๊า นู่ความจำสั้นค่ะ
       คิดออกแล้วจะมาเติมนะ แหะ แหะ (- -"
 
 
 
 
Photo 1 of 10

นับถอยหลัง การเป็นนักศึกษา


บัณฑิตเอ๋ย..จงรับรู้

บัณฑิตเอ๋ย..เจ้าจงอย่าอวดดี
เย่อหยิ่งเกินไปนัก
เพราะแท้จริงแล้ว เจ้าไม่ได้สูงส่งเกินผู้คนทั่วไปนักหรอก
ที่เจ้าได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียน
หาความรู้..ก็เพราะคนส่วนใหญ่
เขาเสียสละเงินภาษีของประเทศ
สร้างโรงเรียน ซื้อตำรับตำรา
..ให้เจ้าต่างหาก
ทั้งๆ ที่เขาควรจะได้รับเงินส่วนนั้น
พอๆ กับเจ้า
บัณฑิตเอ๋ย..
เมื่อเจ้าจบการศึกษาแล้ว
ผู้คนให้การยอมรับนับถือเจ้า..
ว่าเป็นผู้มีเกียรติในสังคม

..บัดนี้ เจ้าจะคืนอะไรให้สังคมบ้าง..


 

 
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.